น้ำหอม ชาแนล กับการเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว

  • 0 ตอบ
  • 5 อ่าน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ถ้าเกิดถามว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องใช้น้ำหอม เพราะใครหลายคนไม่เคยใช้หรือบางทีก็อาจจะเห็นว่าน้ำหอมไม่จำเป็นเพราะเราใช้เพียงแค่สบู่ถูตัวตอนอาบน้ำ กลิ่นของสบู่ก็หอมดีแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่ด้วยความที่บางที่อากาศบ้านพวกเราร้อนมากทำให้เหงื่อไหลไคลย้อยได้ง่ายอย่างยิ่ง และก็เมื่อเหงื่อเจอกับกลิ่นของสบู่ หรือความเค็มของเหงื่อพบกับไขมันจากสบู่ที่อยู่บนตัวเรา ก็อาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยา นั่นคือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั่นเองจ้ะ สังเกตว่าเพราะเหตุใดรุ่งเช้าพวกเราไปทำงานก็ยังตัวหอมดี แต่เมื่อเลิกงานเดินทางกลับไปอยู่บ้านกลิ่นเต่าเริ่มมา ฉะนั้นแสดงว่าการอาบน้ำของเราชักจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะ การอาบน้ำสิ่งเดียวอาจจะไม่พอควรมีตัวช่วย อย่างน้ำหอม ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นน้ำหอม ชาแนล หรือว่าน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อที่มีขายกัน ตอนนี้ก็เยอะแยะ สำหรับน้ำหอม chanel แล้วเรียกว่าเป็นที่นิยมมากมายเลยอย่างยิ่งล่ะจ้ะ ฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันว่า การเลือกซื้อน้ำหอมจำต้องดูอะไรบ้าง แน่ๆว่าพวกเราใช้น้ำหอมก็จำเป็นต้องอยากได้กลิ่นที่ติดทนตลอดทั้งวัน หรือนานที่สุดเท่าที่จะสามารถนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าเกิดอยากได้ความทนทาน พวกเราจำต้องมองที่ความเข้มข้นของน้ำหอม เพราะฉะนั้นมาดูกันว่า ระดับความเข้มข้นของน้ำหอมมีแบบไหนยังไงบ้าง

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม

1.) Parfum หรือ Perfume น้ำหอมจำพวกนี้เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มขันสูงที่สุด แล้วก็มีหัวน้ำหอมมากถึง 20 - 40% เลยทีเดียวจ้ะ ด้วยเหตุผลดังกล่าวความทนทานนานก็จะติดไปถึง 8 - 10 ชั่วโมงเลยล่ะ เมื่อเป็นน้ำหอมที่สามารถให้กลิ่นติดทนนานได้อย่างงี้ ราคาของน้ำหอมก็จะสูงตามไปด้วย ด้วยเหตุว่าเป็นน้ำหอมที่มีหัวน้ำหอมมาก เหมาะสมกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือที่พวกเราเรียกว่า Sensitive มากกว่าการใช้น้ำหอมจำพวกอื่น เพราะว่าเมื่อมีหัวน้ำหอมเยอะมาก แอลกอฮอล์ก็เลยน้อยนั่นเองจ้ะ
2.) Eau de Parfum ( EDP) เป็นน้ำหอมที่เรียกว่ามีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมมากรองๆ ลงมาจากแบบแรกนั่นเอง จำนวนหัวน้ำหอมที่ใส่ไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 15 - 20% ให้กลิ่นติดทนนานประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง และก็เรื่องของราคาจึงถูกกว่าแบบแรกนิดหน่อย เนื่องจากอย่างงี้ก็เหมือนกัน คือปริมาณหัวน้ำหอมลดน้อยลง จำนวนแอลกอฮอล์ก็เลยมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องเปลืองหัวน้ำหอม ราคาจึงถูกกว่านั่นเอง น้ำหอม ชาแนลรุ่นที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง BLEU DE CHANEL Eau De Parfum Pour Homme Spray ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
3.) Eau de Toilette (EDT) เป็นกลุ่มที่เรียกว่ามีความเข้าข้น ค่อนข้างจะน้อย หัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 5 - 15% ช่วงเวลาของกลิ่นที่จะติดอยู่กับตัวเราคือ ประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงเพียงแค่นั้นค่ะ แม้กระนั้นนับได้ว่าเป็นกรุ๊ปยอดนิยมมากมายเลยทีเดียว อย่าง Chanel Coco Mademoiselle Eau de Toilette เป็นน้ำหอม ชาแนลอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยม มีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ กลีบดอกกุหลาบ ดอกมะลิและเพิ่มความหอมหวานจากกลิ่นลิ้นจี่ ซึ่งผู้คนจำนวนมากก็เลือกที่จะใช้น้ำหอมกลุ่มนี้ในช่วงกลางวัน และใช้ EDP ในตอนกลางคืนนั่นเอง
4.) Eau de Cologne (EDC) เป็นน้ำหอมกรุ๊ปที่มีความเข้มข้นน้อยที่สุดของบรรดาน้ำหอมทั้งปวงเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุว่าปริมาณหัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปมีเพียง 2 - 4% แค่นั้น ที่เหลือคือแอลกอฮอล์ ราคาจึงถูกกว่าน้ำหอมทุกชนิด แต่ว่าจะติดทนนานเพียงแค่ 3 - 4 ชั่วโมงเท่านั้นจ้ะ แต่ว่าหากว่าพวกเราไปออกงานเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเลือกใช้ได้เหมือนกัน

 

5.) Eau Fraiche เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยแตกต่างจากกรุ๊ป EDC เท่าใดจ้ะ หัวน้ำหอมที่อยู่ในน้ำหอมกลุ่มนี้มีเพียงแค่ 1 - 3% แต่จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะว่าจะใช้น้ำแทนทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองใช้น้ำหอม chanel จะรู้ว่า Chanel CHANCE EAU FRAICHE น้ำหอมสีประกายเขียวมรกตตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ธรรมดาเลย ให้กลิ่นหอมอ่อนๆที่จะทำให้คุณสดชื่นไปตลอดทั้งวัน   

 

สำหรับเพื่อการเลือกใช้น้ำหอมที่นอกจากจะต้องดูที่ประมาณหัวน้ำหอมแล้ว ยังจะต้องดูที่อุณหภูมิอีกด้วย เพราะอุณหภูมิก็ส่งผลต่อการใช้น้ำหอมให้ติดทนนานจ้ะ อย่างเช่น ในฤดูร้อนมักจะใช้ EDT ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้และก็ผลไม้ ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น นั่นเองค่ะ

มาดูในเรื่องของผิวกันบ้างจ้ะ ว่าเราจะเลือกน้ำหอม ชาแนลให้เหมาะกับผิวพวกเราได้ยังไง ผิวแบบไหนต้องใช้น้ำหอมแบบไหน
เริ่มกันที่ผิวมัน เป็นผิวชนิดที่ในผิวจะมีน้ำมันอยู่เยอะ และก็เป็นผิวที่น้ำหอมจะติดทนนานที่สุด กลิ่นจะกระจายตัวได้ค่อนข้างจะดี และผิวมันจะทำให้กลิ่นของน้ำหอมฉุนมากยิ่งกว่าธรรมดา ด้วยเหตุนั้นคนที่ผิวมันควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนมาก แล้วเลือกใช้เป็นกลิ่นที่อ่อนโยนลงมาหรือกลิ่นหอมบางๆแทน

 

ผิวแห้ง เป็นผิวที่ซับความมันจากน้ำหอมเป็นอย่างดี ทำให้การกระจายตัวของน้ำหอมไม่ค่อยดี หรือเรียกว่ากระจายตัวได้น้อยกว่าคนที่ผิวมีลักษณะของผิวมันนั่นเองค่ะ โดยเหตุนี้การเลือกน้ำหอมต้องเลือกที่มีกลิ่นแรงนิดนึงจะช่วยให้กลิ่นติดทนขึ้น
ผิวที่เหงื่อไหลง่าย ควรเลือกใช้น้ำหอมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะผิวที่เหงื่อแตกง่ายรูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้เวลาที่เราใช้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสบได้นั่นเองค่ะ
รู้แบบนี้แล้วน่าจะทำให้หลายท่านเลือกซื้อน้ำหอม ชาแนลได้ง่ายขึ้น ซึ่งน้ำหอมในแต่ละรุ่นของ Chanel เองก็มีระดับความเข้มข้นของน้ำหอมให้คุณได้เลือกกันหลายระดับตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ใดที่สนใจแนะนำว่าไปทดลองเทสกันได้ที่เค้าท์เตอร์แบรนด์เพื่อให้คุณสัมผัสได้ถึงความหอมที่เหมาะกับตัวคุณอย่างแท้จริง